10แหล่ง โปรตีนจากพืชที่หาทานง่าย ในช่วงเทศกาลกินเจ

ในนช่วงเทศกาลถือศีลกินเจนี้ ขอให้บุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ ส่งเสริมให้บุญกุศลส่งในท่าน แข็งแรง ทางจิตใจ แต่ ร่างกายของท่านก็ต้องแข็งแรงเช่นกันนะ ถึงเทศกาลกินเจนี้ งดกินเนื้อ ลดการฆ่าสัตว์ลง แต่ทานก็ยังได้โปรตีนจากการทาน พืชผักในช่วงเทศกาลกินเจนี้ได้เช่นกัน ทาง Kuvings Thailand  จึงอยาก เสนอ 10แหล่ง โปรตีนจากพืชที่หาทานง่าย ในช่วงเทศกาลกินเจ ว่ามีอะไรบ้าง

1.อัลมอนด์ 1 ถ้วย โปรตีน 20 กรัม

การรับประทานอัลมอนด์ 30 กรัม หรือประมาณ 24 เมล็ด ให้พลังงานทั้งหมด 160 แคลอรี่ โดยมีกรดไขมันอิ่มตัว 1 กรัม กรดไขมันไม่อิ่มตัว 13 กรัม และโปรตีน 6 กรัม อัลมอนด์จึงได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากอัลมอนด์ประกอบด้วยสารอาหารสำคัญที่ส่งผลดีต่อร่างกาย หลายคนจึงเชื่อว่าการรับประทานอัลมอนด์มีส่วนช่วยในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดระดับคอเลสเตอรอล ต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมความจำและสติปัญญา รวมถึงการทำงานของกระเพาะอาหาร ลำไส้ และระบบการเผาผลาญพลังงาน

2. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ 1 ออนซ์ โปรตีน 5 กรัม

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดพืชแหล่งโปรตีนและไขมันดีต่อสุขภาพที่หลายคนเชื่อว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังบางชนิดได้ เช่น โรคอ้วนลงพุง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น โดยส่วนที่นำมาบริโภคเป็นเนื้อในสุดของเมล็ด คนทั่วไปนิยมรับประทานเป็นของกินเล่นหรือใช้เป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารและขนมหวานต่าง ๆ

3. ถั่วลิสง 1 ถ้วย โปรตีน 38 กรัม

ถั่วลิสง อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันดี เส้นใยอาหาร และกล่าวกันว่ามีสรรพคุณด้านสุขภาพมากมาย เช่น บำรุงหัวใจ รักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ต้านมะเร็ง หรือลดน้ำหนัก ทั้งยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับถั่วชนิดอื่น ๆ จึงเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่หากินง่ายและได้ประโยชน์ไปในตัว

4. ถั่วเหลือง 1 ถ้วย โปรตีน 28 กรัม


ถัวเหลือง

สำหรับถั่วเหลืองนั้นนับว่ามีคุณค่าทางอาหารสูงสามารถป้องกันโรคต่างๆ ได้มากมาย รวมทั้งมะเร็งหลายชนิด มักนิยมนำมาบดคั้นกรองเป็นน้ำนมถั่วเหลืองรับประทาน หรือทำเป็นเต้าหู้ ซึ่งเป็นแหล่งของไขมันและโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ แต่ทั้งนี้ ไม่ควรดื่มมากเกินพอดีเพราะมีสารไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ซึ่งอาจก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมขึ้นได้

5. ถั่วแดง 1 ถ้วย โปรตีน 15 กรัม

ถั่วแดง ที่เรามักกินคู่กับของหวานต่าง ๆ นั้น นอกจากจะอร่อยและมีสีแดงสวยแล้ว ยังมีโปรตีนที่เป็นประโยชน์และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษา ถั่วแดงถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทได้ด้วย

6.เมล็ดทานตะวัน 100กรัม โปรตีน 19 กรัม

หากคุณเป็นคนที่กำลังทานเจ หรือท่านที่ไม่ทานเจแต่กินเนื้อสัตว์ในปริมาณที่น้อย ลองหันมากินเมล็ดทานตะวันเเทนก็ได้ เพราะในเมล็ดทานตะวันมีปริมาณโปรตีนที่ค่อนข้างสูง ถึงเเม้ว่าจะไม่สูงมากเมื่อเทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ หรือถั่วเหลือง เเต่ก็สามารถกินทดเเทนได้บ้าง เพราะเมล็ดทานตะวันมีปริมาณโปรตีนสูงถึง 40% ของปริมาณโปรตีนที่เเนะนำต่อวันเลยทีเดียว (ปริมาณโปรตีนต่อวันคือ 100 กรัม ถ้า 40% ก็เท่ากับ 40 กรัม)

7.งา 1 ออนซ์ โปรตีน 6.5 กรัม

งาขาอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน โดยข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า งาขาวมีปริมาณของแคลเซียมมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า และมีมากกว่าผักหลายๆ ชนิดถึง 20 เท่า การกินงาเป็นประจำจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน อีกทั้งยังช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงขึ้น

8.เมล็ดเจีย 1 ออนซ์ โปรตีน 4 กรัม

คุณประโยชน์ยอดนิยมข้อนี้ถูกกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย เพราะด้วยคุณสมบัติพองตัวออกเมื่อถูกแช่ในน้ำ ทำให้เชื่อว่าเมล็ดเจียที่รับประทานเข้าไปนั้นจะขยายตัวภายในท้อง จนรู้สึกอิ่มและรับประทานได้น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักลดลงในที่สุด อีกทั้งมีเส้นใยอาหารและกรดอัลฟาลีโนเลนิก (Alpha-linolenic) ที่คาดว่าอาจมีส่วนช่วยลดน้ำหนัก ไขมัน และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจากภาวะอ้วน

9.ผักโขม 1 ออนซ์ โปรตีน 5 กรัม

ผักโขม มีวิตามินซีมีมากช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยสร้างคอลลาเจน บำรุงผิวพรรณผุดผ่อง มีสารซาโปนิน ช่วยลดคอเลสเตอรอล และที่สำคัญมีไฟเบอร์ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ป้องกันการเกิดมะเร็งในกระเพาะได้เป็นอย่างดี  แคลเซียมในผักโขมมีมากพอที่จะช่วยบำรุงกระดูกของเราได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ใครอยากเสริมแคลเซียมให้ตัวเองก็สามารถกินผักโขมเสริมแคลเซียมได้

10.อะโวคาโด้ 1 ลูก มีโปรตีน 10 กรัม

อะโวคาโดมีไขมันชนิดดี คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acids) ถึง 70% ซึ่งมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดแดง เพราะจะช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือด เช่น คอเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (Low Density Lipoprotein-LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจวายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

คนวัยทำงานที่ต้องใช้แรงกายแรงสมองในการทำงาน ควรรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำ เพราะในอะโวคาโดมีกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งมีผลดีและจำเป็นต่อระบบประสาทและสมอง โดยกรดไขมันชนิดนี้อาจช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมอง และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองได้ดีมากยิ่งขึ้น ในอะโวคาโดมีวิตามินอี ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายจากมลพิษรอบตัวทั้งจากภายในและภายนอก ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงได้ เพราะในอะโวคาโดมีลูทีน (Lutien) เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่พบว่าสารสกัดอะโวคาโดอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่การศึกษาเหล่านี้เป็นเพียงการศึกษาในหลอดทดลองและมีข้อจำกัดค่อนข้างมากจึงไม่สามารถยืนยันสรรพคุณในข้อนี้ได้

%ข 24, 2021